จัดร้านค้าในตลาดอย่างไรให้แต่ละโซนดึงดูดลูกค้ามากขึ้น? รวมเทคนิค จัดโซนตลาด วางผังร้านค้าให้น่าเดิน

การ จัดโซนตลาด ไม่ได้มีผลแค่เรื่องความเป็นระเบียบ แต่ส่งผลต่อเส้นทางการเดิน การมองเห็นร้านค้า และโอกาสที่ลูกค้าจะเดินไปยังแต่ละพื้นที่ หากวางผังตลาดโดยไม่ดูพฤติกรรมลูกค้า อาจทำให้คนกระจุกอยู่เพียงบางโซน ขณะที่พื้นที่ด้านในหรือบางมุมมีคนเดินผ่านน้อย 

บทความนี้จะพาไปดูตั้งแต่หลักการแบ่งโซนร้านค้า การเลือกตำแหน่งให้เหมาะกับพฤติกรรมลูกค้า การใช้ข้อมูลพื้นที่และสถานะแผงเพื่อวิเคราะห์ปัญหา ไปจนถึงการนำ โปรแกรมตลาด มาช่วยจัดการข้อมูลและทดลองปรับผัง เพื่อดูว่าการเปลี่ยนแปลงช่วยให้แต่ละพื้นที่ใช้งานได้ดีขึ้นหรือไม่

ทำไมการจัดโซนตลาดจึงมีผลต่อ Customer Flow?

การจัดโซนตลาดมีผลต่อ Customer Flow หรือเส้นทางการเดินของลูกค้า เพราะตำแหน่งร้านค้า ทางเดิน และจุดดึงดูดต่าง ๆ ล้วนส่งผลว่าลูกค้าจะเดินผ่านพื้นที่ไหน แวะเข้าร้านใด และมีเหตุผลมากพอที่จะเดินต่อไปยังโซนอื่นหรือไม่

  • การจัดร้านค้าในแต่ละโซนควรช่วยให้ลูกค้าเดินต่อไปยังพื้นที่อื่นได้ง่าย การวางร้านหรือจุดดึงดูดไว้ในตำแหน่งที่เหมาะสมจะช่วยกระจายลูกค้า ไม่ให้กระจุกอยู่เพียงบริเวณเดียว และเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าเดินผ่านร้านค้าในโซนอื่นมากขึ้น
  • ตำแหน่งร้านมีผลต่อการมองเห็น ร้านที่อยู่บนเส้นทางหลัก ทางแยก หรือจุดที่มองเห็นง่าย มักเข้าถึงลูกค้าได้มากกว่าร้านในจุดลึกหรือมุมอับ จึงควรวางผังโดยคำนึงถึงทั้งเส้นทางเดินและการมองเห็น
  • การจัดกลุ่มร้านช่วยให้ลูกค้าหาของและเลือกซื้อได้สะดวกขึ้น ร้านที่ขายสินค้าหรือบริการที่ประเภทเดียวกันอาจจัดให้อยู่ใกล้กัน เพื่อให้ลูกค้าเดินเลือกซื้อได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกันควรวางทางเดินและตำแหน่งร้านให้ลูกค้าเดินไปยังโซนอื่นต่อได้สะดวก ไม่ต้องเดินย้อนกลับไปมา
  • สภาพแวดล้อมส่งผลต่อระยะเวลาที่ลูกค้าอยู่ในตลาด ทางเดินที่เดินสะดวก ไม่แออัด และมีแสงสว่างเพียงพอ ช่วยให้ลูกค้าเดินสำรวจพื้นที่ได้มากขึ้น
  • จุดดึงดูดช่วยลดปัญหาโซนเงียบ ร้านใหม่ สินค้าหมุนเวียน หรือกิจกรรมพิเศษ อาจช่วยดึงให้ลูกค้าเดินเข้าไปยังพื้นที่ที่ไม่ได้อยู่บนเส้นทางหลักมากขึ้น

หลักการจัดร้านค้าในตลาดและแบ่งโซนให้เหมาะสม

การจัดร้านค้าในตลาดควรเริ่มจากการดูพื้นที่และพฤติกรรมของลูกค้าก่อน แล้วจึงพิจารณาว่าร้านประเภทไหนเหมาะกับแต่ละตำแหน่ง ไม่ควรจัดร้านตามพื้นที่ว่างเพียงอย่างเดียว เพราะหากร้านอยู่ผิดตำแหน่ง อาจทำให้บางโซนมีคนเดินหนาแน่น ขณะที่บางโซนกลับเงียบและปล่อยพื้นที่เช่าได้ยาก

1. เริ่มจากดูว่าลูกค้าเข้าทางไหนและเดินไปทางไหน

ก่อนจัดโซนตลาด ควรสำรวจตลาดในช่วงเวลาที่มีลูกค้า เช่น ช่วงเช้า ช่วงเที่ยง หรือช่วงเย็น เพื่อดูว่าลูกค้าส่วนใหญ่เข้าจากทางไหน เดินไปบริเวณใด และมีจุดไหนที่คนมักไม่เดินเข้าไป ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้เห็นว่าพื้นที่ไหนเหมาะกับร้านที่ต้องอาศัยคนเดินผ่าน และพื้นที่ไหนอาจต้องใช้ร้านหรือกิจกรรมมาช่วยดึงลูกค้าเข้าไป

2. แบ่งร้านตามประเภทสินค้าให้ลูกค้าหาของง่าย

เมื่อเห็นภาพการเดินของลูกค้าแล้ว ค่อยจัดกลุ่มร้านตามประเภทสินค้า เช่น อาหาร เสื้อผ้า ของใช้ หรือบริการ เพื่อให้ลูกค้าหาของได้ง่ายขึ้น แต่ไม่จำเป็นต้องแยกร้านแต่ละประเภทออกจากกันชัดเจนเสมอไป เพราะบางร้านสามารถอยู่ใกล้กันได้ เช่น ร้านอาหารกับร้านเครื่องดื่ม หรือร้านขายวัตถุดิบกับร้านขายของใช้ที่เกี่ยวข้องกัน

นอกจากนี้ ควรดูจำนวนร้านประเภทเดียวกันในแต่ละโซนด้วย เพราะหากมีร้านแบบเดียวกันอยู่รวมกันมากเกินไป อาจทำให้ต้องแข่งกันเอง การจัดโซนตลาดจึงควรดูทั้งประเภทสินค้า จำนวนร้าน และสิ่งที่ลูกค้ามักซื้อควบคู่กันด้วย

3. วางร้านที่คนตั้งใจมาไว้ในจุดที่ช่วยพาคนเดินต่อ

ลองดูว่าภายในตลาดมีร้านไหนที่ลูกค้าตั้งใจมาโดยเฉพาะ หรือเป็นร้านที่มีลูกค้าเข้ามาอยู่เสมอ แล้วนำร้านเหล่านี้ไปวางไว้ในจุดที่ช่วยให้ลูกค้าเดินผ่านพื้นที่ส่วนอื่นของตลาดได้มากขึ้น แทนที่จะกระจุกอยู่แค่บริเวณทางเข้า เช่น หากร้านที่มีลูกค้าเข้ามาอยู่เสมออยู่ในโซนด้านในหรืออีกฝั่งของตลาด ลูกค้าก็ต้องเดินผ่านร้านอื่นระหว่างทาง ทำให้พื้นที่รอบ ๆ มีโอกาสได้รับคนเดินผ่านและลูกค้าแวะมากขึ้น

4. อย่าปล่อยให้ทางเดินพาไปเจอทางตัน

เวลาวางผังตลาด ควรลองเดินตามเส้นทางจริงในมุมของลูกค้า หากเดินเข้าไปแล้วเจอทางตัน ไม่มีร้านที่น่าสนใจ หรือไม่มีจุดให้เดินต่อ ลูกค้าก็มักหันกลับออกมาได้ง่าย ทางเดินจึงควรเชื่อมแต่ละโซนเข้าหากัน และมีพื้นที่เพียงพอให้ลูกค้าเดินสวนกันหรือหยุดดูสินค้าได้ โดยเฉพาะในช่วงที่มีคนเดินเยอะ

5. ใช้พื้นที่ที่คนเดินน้อยให้มีคนอยากเข้าไป

หากมีพื้นที่ที่คนไม่ค่อยเดินผ่าน ไม่จำเป็นต้องรีบลดค่าเช่าหรือปล่อยพื้นที่ทิ้งไว้ก่อน แต่ควรลองดูว่าทำไมลูกค้าถึงไม่เดินเข้าไป แล้วหาวิธีเพิ่มสิ่งที่ช่วยดึงคนเข้ามา เช่น ร้านที่คนสนใจ ร้านใหม่ หรือกิจกรรมเล็ก ๆ เพื่อให้ลูกค้ามีเหตุผลเดินเข้าไป และช่วยให้ร้านค้าในบริเวณนั้นมีโอกาสได้ลูกค้ามากขึ้น

6. ดูจำนวนร้านในแต่ละประเภทให้พอดี

ก่อนรับร้านค้าเพิ่ม ควรดูก่อนว่าในโซนนั้นมีร้านประเภทเดียวกันอยู่มากแค่ไหน เพราะหากมีร้านคล้ายกันมากเกินไป อาจต้องแข่งกันเองจนขายได้ยาก ในทางกลับกัน หากตลาดยังขาดสินค้าหรือบริการบางประเภท ก็สามารถใช้ข้อมูลนี้ช่วยวางแผนได้ว่าควรหาผู้เช่ากลุ่มไหนเข้ามา เพื่อให้สินค้าและบริการในตลาดครบขึ้น

7. ทดลองปรับทีละจุดก่อนเปลี่ยนทั้งโซน

หากต้องการปรับผังตลาดหรือจัดร้านใหม่ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทั้งโซนในครั้งเดียว ควรเริ่มจากจุดที่มีปัญหาชัดเจนแล้วค่อย ๆ ปรับทีละส่วน เช่น ย้ายร้านที่ช่วยดึงลูกค้า เพิ่มร้านในประเภทที่ยังขาด หรือปรับตำแหน่งร้านบางส่วน จากนั้นดูผลก่อนและหลังการปรับว่าช่วยให้คนเข้ามาใช้พื้นที่มากขึ้นหรือไม่ หากได้ผลจึงค่อยนำแนวทางไปปรับใช้กับส่วนอื่นของตลาด

วิธีเลือกตำแหน่งร้านค้าให้เหมาะกับพฤติกรรมลูกค้า

การเลือกตำแหน่งร้านค้า ควรดูว่าลูกค้าซื้อสินค้าแบบไหน และร้านนั้นต้องอาศัยคนเดินผ่านมากแค่ไหน เพราะไม่ใช่ทุกร้านที่จำเป็นต้องอยู่ในจุดเดียวกัน หากนำร้านทุกประเภทไปไว้บริเวณทางเข้าหรือทางเดินหลัก อาจทำให้พื้นที่ด้านในเงียบและมีคนเดินผ่านน้อยลง

ร้านที่ลูกค้าแวะซื้อ ควรอยู่ในจุดที่มองเห็นง่าย

ร้านอาหาร เครื่องดื่ม หรือสินค้าที่ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้ทันที เหมาะกับจุดที่มีคนเดินผ่านและมองเห็นร้านได้ง่าย เพราะการเห็นร้านระหว่างเดินอาจช่วยเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าแวะซื้อได้

เลือกตำแหน่งร้านจากลักษณะการตัดสินใจซื้อของลูกค้า

ร้านที่ลูกค้าตั้งใจมาหาอยู่แล้ว เช่น ร้านที่มีลูกค้าประจำ ขายสินค้าเฉพาะทาง หรือเป็นร้านที่คนรู้จัก ไม่จำเป็นต้องอยู่ในจุดที่มีคนเดินผ่านมากที่สุดเสมอไป หากลูกค้ารู้ตำแหน่งและเดินทางไปถึงได้สะดวก ร้านเหล่านี้สามารถอยู่ในพื้นที่ด้านใน และช่วยดึงให้ลูกค้าเดินเข้าไปยังโซนนั้นได้

ร้านที่มีคิวควรมีพื้นที่รองรับลูกค้า

ร้านที่มีลูกค้าต่อคิวเป็นประจำควรเผื่อพื้นที่สำหรับคนรอไว้ตั้งแต่ตอนจัดตำแหน่ง เพราะแถวที่ล้นออกมาอาจไปปิดทางเดินหรือบังหน้าร้านข้างเคียงได้ ตำแหน่งของร้านลักษณะนี้จึงควรมีพื้นที่ด้านหน้าหรือด้านข้างให้ลูกค้ารอได้ โดยไม่ขวางเส้นทางหลัก และควรดูด้วยว่าช่วงเวลาที่มีคิวตรงกับช่วงที่ตลาดมีคนเดินหนาแน่นหรือไม่ เพื่อไม่ให้จุดที่ควรดึงคน กลายเป็นจุดที่ทำให้การเดินภายในตลาดติดขัด

ดูจากมุมลูกค้าว่าเห็นร้านและเข้าถึงได้ง่ายหรือไม่

พื้นที่ที่มีคนเดินผ่านมาก ไม่ได้หมายความว่าร้านจะมองเห็นได้ง่ายเสมอไป เพราะบางร้านอาจอยู่ในมุมอับ ถูกบังด้วยร้านอื่น หรืออยู่ในจุดที่ลูกค้าเดินผ่านไปแล้วไม่ทันสังเกต ก่อนจัดตำแหน่ง จึงควรลองเดินตามเส้นทางจริงและดูว่าลูกค้าจะเริ่มเห็นร้านตั้งแต่จุดไหน รวมถึงมีพื้นที่ให้หยุดดูสินค้าหรือเดินเข้าร้านได้สะดวกหรือไม่

ใช้ข้อมูลพื้นที่เพื่อวัดและปรับแต่ละโซนอย่างไร?

การใช้ข้อมูลเพื่อปรับแต่ละโซน ควรเริ่มจากการเปรียบเทียบข้อมูลของแต่ละพื้นที่ เพื่อดูว่าปัญหาเกิดขึ้นตรงไหนก่อนตัดสินใจแก้ เพราะแต่ละโซนอาจมีปัญหาไม่เหมือนกัน เช่น หากโซนหนึ่งมีคนเดินน้อย อาจต้องปรับเส้นทางหรือเพิ่มร้านที่ช่วยดึงคนเข้าไป แต่หากมีคนเดินผ่านมากแต่ร้านขายไม่ดี ปัญหาอาจอยู่ที่ประเภทร้านหรือสินค้าที่ไม่ตรงกับลูกค้า มากกว่าตำแหน่งของพื้นที่

เปรียบเทียบข้อมูลของแต่ละโซนเพื่อหาจุดที่มีปัญหา

ลองนำข้อมูลของแต่ละโซนมาเปรียบเทียบกัน เช่น จำนวนคนที่เดินผ่าน จำนวนร้านที่เปิดอยู่ พื้นที่ว่าง หรืออัตราการต่อสัญญา เพื่อดูว่าพื้นที่ไหนมีปัญหาต่างจากโซนอื่น เช่น คนเดินน้อย ร้านย้ายออกบ่อย หรือมีพื้นที่ว่างต่อเนื่อง

ดูสถานะแผงเพื่อวางแผนปรับพื้นที่ล่วงหน้า

สถานะของแต่ละแผง เช่น ว่าง มีผู้เช่า จองแล้ว หรือใกล้หมดสัญญา เป็นข้อมูลที่ช่วยให้เห็นว่าพื้นที่ส่วนไหนกำลังจะมีการเปลี่ยนแปลง และสามารถนำมาวางแผนล่วงหน้าได้ เช่น หากหลายแผงในโซนเดียวกันใกล้หมดสัญญาในช่วงเวลาเดียวกัน อาจใช้จังหวะนี้วางแผนปรับโซนหรือหาผู้เช่ากลุ่มใหม่เข้ามา แทนที่จะรอให้แต่ละแผงว่างแล้วค่อยหาผู้เช่ามาแทนทีละแผง

ดูจำนวนคนเดินควบคู่กับยอดขายของร้านค้า

หากโซนหนึ่งมีคนเดินผ่านน้อยและร้านค้าขายไม่ดี อาจต้องหาวิธีดึงคนเข้ามาในพื้นที่มากขึ้น แต่หากมีคนเดินผ่านมากอยู่แล้วแต่ร้านยังขายไม่ดี อาจต้องดูต่อว่าร้านในโซนนั้นขายสินค้าที่ลูกค้าสนใจหรือไม่ หรือมีร้านประเภทเดียวกันมากเกินไปจนต้องแข่งขันกันเอง

ใช้ข้อมูลการเช่าเพื่อปรับประเภทร้านและการจัดพื้นที่

ข้อมูลอย่างจำนวนร้านว่าง ระยะเวลาที่ปล่อยพื้นที่เช่า ระยะเวลาที่ปล่อยเช่าไม่ได้ การย้ายออก และการต่อสัญญา ช่วยให้เห็นว่าพื้นที่หรือร้านประเภทไหนอาจมีปัญหา เช่น หากพื้นที่เดิมเปลี่ยนผู้เช่าร้านประเภทเดิมบ่อย ๆ แต่ผู้เช่าอยู่ได้ไม่นาน อาจต้องลองดูว่าปัญหาอยู่ที่ประเภทร้านหรือการจัดพื้นที่ แทนที่จะหาผู้เช่าประเภทเดิมเข้ามาแทนซ้ำ ๆ

ใช้ข้อมูลย้อนหลังเพื่อหาปัญหาที่เกิดซ้ำ

ข้อมูลย้อนหลังช่วยให้เห็นว่าปัญหาเดิมเกิดขึ้นซ้ำหรือไม่ เช่น พื้นที่เดิมว่างบ่อย ร้านบางประเภทเปลี่ยนผู้เช่าบ่อย หรือบางโซนมีผู้เช่าต่อสัญญาน้อยกว่าโซนอื่น การดูข้อมูลย้อนหลังจะช่วยให้รู้ว่าปัญหานั้นเกิดขึ้นเพียงช่วงหนึ่ง หรือเกิดซ้ำจนควรกลับมาดูการจัดร้านและการใช้พื้นที่ในโซนนั้นใหม่

รวมข้อมูลพื้นที่ไว้ให้ดูและเปรียบเทียบได้ง่าย

เมื่อข้อมูลของแต่ละพื้นที่อยู่ในที่เดียวกัน จะช่วยให้ผู้บริหารดูและเปรียบเทียบแต่ละโซนได้ง่ายขึ้น รวมถึงติดตามผลหลังจากปรับพื้นที่หรือจัดร้านใหม่ได้สะดวกกว่าเดิม ทำให้การตัดสินใจจัดโซนตลาดหรือปรับร้านค้าในครั้งต่อไปอ้างอิงจากข้อมูลที่มีอยู่ ไม่ใช่ตัดสินจากความรู้สึกเพียงอย่างเดียว

Horga Market ช่วยบริหารผังตลาดและพื้นที่เช่าอย่างไร?

Horga Market เป็นโปรแกรมบริหารตลาดที่ช่วยให้ผู้บริหารดูผังและจัดการพื้นที่เช่าจากข้อมูลของแต่ละแผงในระบบเดียว โดยสามารถดูตำแหน่ง สถานะการเช่า การจอง และข้อมูลสัญญาได้ ทำให้เห็นว่าพื้นที่ไหนมีผู้เช่า พื้นที่ไหนว่าง หรือแผงไหนใกล้หมดสัญญา เพื่อนำข้อมูลไปใช้วางแผนจัดสรรและปรับพื้นที่ต่อได้ง่ายขึ้น

ดูสถานะของแต่ละแผงจากผัง 2D

ฟีเจอร์ 2D Plan ช่วยให้เห็นตำแหน่งของแผงบนผังตลาดและตรวจสอบสถานะของแต่ละพื้นที่ได้จากผังเดียว เช่น ว่าง มีผู้เช่า หรือใกล้หมดสัญญา จึงไม่ต้องเปิดผังตลาดควบคู่กับไฟล์ข้อมูลผู้เช่าหลายชุดเพื่อเช็กสถานะแต่ละแผง

ตรวจสอบข้อมูลพื้นที่ก่อนจัดสรรผู้เช่ารายใหม่

เมื่อมีพื้นที่ว่าง ผู้บริหารสามารถดูตำแหน่งของแผงและข้อมูลที่เกี่ยวข้องก่อนตัดสินใจว่าจะให้ผู้เช่ารายใหม่อยู่ตรงไหน ช่วยให้การเลือกพื้นที่ไม่ได้ดูเพียงว่า “มีล็อกว่างตรงไหน” แต่ยังดูได้ว่าตำแหน่งนั้นอยู่ตรงไหนของตลาด และเหมาะกับร้านหรือผู้เช่ารายนั้นหรือไม่

เห็นพื้นที่ที่กำลังจะหมดสัญญาและวางแผนล่วงหน้า

ข้อมูลสัญญาและระบบแจ้งเตือนช่วยให้รู้ว่าพื้นที่ไหนใกล้หมดสัญญา ทำให้ทีมบริหารตลาดมีเวลาตัดสินใจว่าจะต่อสัญญากับผู้เช่าเดิม หรือเตรียมพื้นที่ไว้สำหรับผู้เช่ารายใหม่ แทนที่จะรอให้แผงว่างแล้วค่อยเริ่มหาผู้เช่าใหม่

จัดการพื้นที่ตามช่วงเวลาที่เช่าและจอง

สำหรับพื้นที่ที่เปิดให้เช่าได้ทั้งรายวัน รายเดือน และรายปี ระบบช่วยจัดการข้อมูลการเช่าและการจอง พร้อมดูข้อมูลได้ทั้งในรูปแบบผัง ตาราง และปฏิทิน ช่วยให้ตรวจสอบได้ว่าพื้นที่ไหนถูกใช้งานในช่วงเวลาใด และลดโอกาสเกิดปัญหาการจองพื้นที่ซ้ำกัน

ใช้ข้อมูลบนผังช่วยวางแผนจัดโซนต่อ

เมื่อเห็นว่าพื้นที่แต่ละจุดมีร้านค้าอยู่ตรงไหนหรือมีพื้นที่ว่างตรงไหน ผู้บริหารก็สามารถใช้ข้อมูลจากผังมาช่วยวางแผนต่อได้ เช่น ควรเติมร้านประเภทใดในพื้นที่ว่าง หรือควรปรับการจัดพื้นที่ในแต่ละโซนอย่างไร

สรุป

การจัดร้านค้าในตลาดให้เหมาะสมต้องอาศัยทั้งความเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้า การวางผังที่ดี และการใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ตั้งแต่การแบ่งโซน การเลือกตำแหน่งร้าน ไปจนถึงการดูผลหลังปรับพื้นที่ เพราะแต่ละจุดล้วนส่งผลต่อทั้งการเดินของลูกค้าและการใช้พื้นที่ในตลาด Horga Market จึงเข้ามาช่วยให้ผู้บริหารดูข้อมูลพื้นที่ สถานะการเช่า และผังตลาดได้ในที่เดียว เพื่อนำข้อมูลไปใช้วางแผนจัดโซนตลาดและบริหารพื้นที่ได้ง่ายขึ้น

คำถามที่พบ่อย (FAQ)

จัดโซนตลาดอย่างไรไม่ให้ร้านค้ากระจุกตัวและทำให้บางพื้นที่เงียบเกินไป?

การจัดร้านโดยรวมร้านที่มีคนต้องการไว้เพียงจุดเดียวอาจทำให้บางโซนมีคนหนาแน่น ขณะที่พื้นที่ด้านในหรือมุมอื่นของตลาดไม่มีคนเดิน จึงควรกระจายร้านหรือจุดดึงดูดให้เชื่อมต่อกัน และออกแบบเส้นทางเดินให้ลูกค้ามีเหตุผลเดินต่อไปยังโซนต่าง ๆ

หากบางโซนมีผู้ค้าย้ายออกบ่อย จะรู้ได้อย่างไรว่าผังพื้นที่มีปัญหา?

การดูเฉพาะจำนวนแผงว่างอาจยังไม่เพียงพอ ควรดูข้อมูลการย้ายออก การต่อสัญญา และประเภทของผู้ค้าในแต่ละโซนประกอบกัน เพราะข้อมูลเหล่านี้อาจช่วยให้เห็นแนวโน้มว่าโซนใดมีปัญหาและควรกลับมาทบทวนเรื่องตำแหน่งหรือการจัดร้าน

Horga Market ช่วยจัดการผังโซนและตำแหน่งแผงค้าให้เป็นระบบได้อย่างไร?

Horga Market คือโปรแกรมจัดการตลาดที่มีฟีเจอร์ 2D Plan ช่วยแสดงภาพรวมตำแหน่งแผงและพื้นที่เช่า เจ้าของตลาดสามารถดูการจัดวางพื้นที่และสถานะของแต่ละแผงได้จากระบบ ทำให้วางแผนปรับโซนหรือจัดสรรพื้นที่ให้เหมาะกับการใช้งานจริงได้สะดวกขึ้น

โปรแกรมตลาดช่วยให้เจ้าของตลาดวางแผนปรับผังพื้นที่จากข้อมูลจริงได้หรือไม่?

Horga Market คือโปรแกรมตลาดที่ช่วยรวบรวมข้อมูลพื้นที่เช่าและผู้ค้าไว้ในระบบเดียว เจ้าของตลาดจึงสามารถตรวจสอบข้อมูลของแต่ละพื้นที่และนำไปประกอบการวางแผนจัดโซน ปรับตำแหน่งแผง หรือบริหารพื้นที่ว่างได้ โดยไม่ต้องอาศัยการจดจำหรือดูผังจากเอกสารหลายชุด

Horga Market กับ Myket Pro เกี่ยวข้องกันอย่างไรในการจัดการผังตลาดและพื้นที่เช่า?

Horga Market เป็นชื่อปัจจุบันของระบบที่เดิมใช้ชื่อ Myket Pro และพัฒนาต่อด้านการบริหารพื้นที่เช่าและการจัดการผังแผงค้า ดังนั้นเจ้าของตลาดที่เคยรู้จัก Myket Pro ในการจัดการพื้นที่ สามารถเชื่อมโยงกับ Horga Market ในปัจจุบันได้ โดยมีเครื่องมือช่วยให้เห็นตำแหน่งและสถานะพื้นที่อย่างเป็นระบบมากขึ้น เพื่อใช้ประกอบการวางแผนจัดโซนและบริหารพื้นที่เช่าในระยะยาว

Scroll to Top