อัปเดตสัญญาเช่าตลาด และสัญญาเช่าแผงค้า ปี 2569

สัญญาเช่าตลาดที่ดีไม่ควรมีเพียงชื่อผู้เช่า เลขแผง และจำนวนค่าเช่าเท่านั้น แต่ต้องกำหนดสิทธิ หน้าที่ และวิธีรับมือกับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการเช่าให้ชัดเจน ตั้งแต่การชำระค่าเช่า การใช้พื้นที่ การต่อสัญญา ไปจนถึงการบอกเลิกสัญญา

สำหรับปี 2569 เจ้าของตลาดควรนำสัญญาเช่าแผงค้าฉบับเดิมกลับมาตรวจสอบอีกครั้งว่าเงื่อนไขยังสอดคล้องกับรูปแบบการบริหารตลาดในปัจจุบันหรือไม่ โดยเฉพาะตลาดที่เริ่มรับชำระเงินออนไลน์ มีค่าสาธารณูปโภคหลายประเภท หรือมีผู้ค้าเข้าออกและต่อสัญญาจำนวนมาก เพราะข้อความที่ไม่ชัดเจนเพียงบางข้ออาจกลายเป็นข้อโต้แย้งในภายหลังได้

หมายเหตุ : เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไปสำหรับการจัดทำสัญญาเช่าพื้นที่เพื่อการค้า ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย สัญญาที่มีมูลค่าสูง ระยะเวลาเช่านาน หรือมีเงื่อนไขเฉพาะ ควรให้ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายตรวจสอบก่อนนำไปใช้จริง

สัญญาเช่าตลาด ปี 2569 ต้องปรับใหม่ทั้งหมดหรือไม่?

สัญญาเช่าตลาดทุกฉบับไม่ได้จำเป็นต้องเขียนใหม่ทั้งหมดเมื่อเข้าสู่ปี 2569 แต่เจ้าของตลาดควรทบทวนว่าสัญญาเดิมยังครอบคลุมวิธีทำงานจริงหรือไม่ เช่น ปัจจุบันรับค่าเช่าผ่านช่องทางใด มีการคิดค่าบริการส่วนกลางหรือค่าไฟฟ้าอย่างไร ผู้ค้าสามารถเปลี่ยนประเภทสินค้าได้หรือไม่ และตลาดใช้วิธีใดในการแจ้งเตือนเมื่อผิดนัดชำระ

ปัญหาของสัญญาเก่าหลายฉบับไม่ใช่ข้อความผิดกฎหมายโดยตรง แต่เป็นการเขียนกว้างเกินไปจนไม่สามารถใช้ตัดสินปัญหาเฉพาะหน้าได้ เช่น ระบุเพียงว่า “ผู้เช่าต้องปฏิบัติตามกฎของตลาด” โดยไม่แนบกฎหรืออธิบายว่าการฝ่าฝืนลักษณะใดถือเป็นเหตุบอกเลิกสัญญา

ดังนั้น การอัปเดตสัญญาจึงควรเริ่มจากการตรวจสอบเหตุการณ์ที่ตลาดพบจริงในช่วงที่ผ่านมา แล้วนำปัญหาเหล่านั้นมาเปลี่ยนเป็นเงื่อนไขที่ชัดเจนและใช้ปฏิบัติได้

สัญญาเช่าแผงค้าควรระบุข้อมูลคู่สัญญาอย่างไร?

ข้อมูลของผู้ให้เช่าและผู้เช่าคือจุดเริ่มต้นของสัญญา หากระบุไม่ครบหรือไม่ตรงกับเอกสารยืนยันตัวตน อาจทำให้การติดตามหนี้ การแจ้งเตือน หรือการดำเนินการเมื่อเกิดข้อพิพาททำได้ยากขึ้น ข้อมูลที่ควรระบุ ได้แก่

  • ชื่อและนามสกุล หรือชื่อนิติบุคคลของผู้ให้เช่า
  • ชื่อและนามสกุลของผู้เช่า
  • เลขประจำตัวประชาชนหรือเลขทะเบียนนิติบุคคล
  • ที่อยู่ที่สามารถติดต่อและส่งหนังสือแจ้งได้
  • หมายเลขโทรศัพท์และช่องทางติดต่อ
  • ข้อมูลผู้รับมอบอำนาจ หากผู้ลงนามไม่ได้ดำเนินการด้วยตนเอง
  • เอกสารแนบ เช่น สำเนาบัตรประชาชน หนังสือรับรองบริษัท หรือหนังสือมอบอำนาจ

ทั้งนี้ แนะนำให้ระบุข้อมูลผู้ให้เช่าและผู้เช่า พร้อมข้อมูลติดต่อและเอกสารประจำตัวให้ชัดเจน เพื่อให้ตรวจสอบคู่สัญญาได้ครบถ้วน

ตัวอย่างสัญญาเช่าต้องระบุรายละเอียดแผงค้าแค่ไหน?

คำว่า “เช่าแผงในตลาด” อาจไม่เพียงพอ หากตลาดมีหลายอาคาร หลายโซน หรือหมายเลขแผงใกล้เคียงกัน สัญญาเช่าแผงค้าควรระบุทรัพย์สินหรือพื้นที่เช่าให้สามารถชี้เฉพาะได้ว่า ผู้เช่ามีสิทธิใช้พื้นที่ตรงไหนและมากน้อยเพียงใด รายละเอียดที่ควรมี ได้แก่

  • ชื่อตลาดและที่อยู่
  • อาคาร ชั้น โซน หรือล็อก
  • หมายเลขแผงค้า
  • ขนาดหรือขอบเขตพื้นที่
  • จุดติดตั้งมิเตอร์น้ำและไฟฟ้า
  • ทรัพย์สินหรืออุปกรณ์ที่ตลาดส่งมอบให้
  • พื้นที่ส่วนกลางที่อนุญาตให้ใช้
  • ประเภทสินค้าหรือบริการที่อนุญาตให้ประกอบกิจการ

การระบุหมายเลขแผง ขนาดพื้นที่ และวัตถุประสงค์การใช้พื้นที่อย่างชัดเจน ช่วยลดความสับสนและป้องกันการนำพื้นที่ไปใช้ผิดประเภท

กฎหมายสัญญาเช่ากำหนดเรื่องระยะเวลาการเช่าไว้อย่างไร?

สัญญาควรระบุวันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดให้ชัดเจน รวมถึงเงื่อนไขว่าผู้เช่าต้องแจ้งความประสงค์ต่อสัญญาล่วงหน้ากี่วัน และการต่อสัญญาจะเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติหรือจำเป็นต้องทำสัญญาฉบับใหม่

ในทางกฎหมาย รูปแบบ ระยะเวลา และการจดทะเบียนสัญญาเช่าอาจส่งผลต่อการบังคับตามสัญญา โดยเฉพาะสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่มีระยะเวลานาน เจ้าของตลาดจึงไม่ควรคัดลอกตัวอย่างสัญญาเช่าจากอินเทอร์เน็ตมาใช้โดยไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริงของพื้นที่และระยะเวลาที่ตกลงกัน

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฉบับที่ศาลยุติธรรมเผยแพร่ได้รับการปรับปรุงข้อมูลเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 เจ้าของตลาดจึงควรอ้างอิงตัวบทที่เป็นปัจจุบันหรือให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจร่างเมื่อสัญญามีเงื่อนไขซับซ้อน โดยหัวข้อเกี่ยวกับระยะเวลาที่ควรเขียนไว้ให้ครบ ได้แก่

  • วันที่เริ่มและสิ้นสุดการเช่า
  • วิธีแจ้งความประสงค์ต่อสัญญา
  • กำหนดเวลาที่ผู้ให้เช่าต้องตอบรับ
  • เงื่อนไขการปรับค่าเช่าเมื่อทำสัญญาใหม่
  • วิธีส่งคืนพื้นที่เมื่อสัญญาสิ้นสุด
  • กรณีผู้ค้ายังคงใช้พื้นที่หลังหมดสัญญา

ยิ่งกำหนดขั้นตอนก่อนและหลังวันหมดสัญญาชัดเจนเท่าไร เจ้าของตลาดก็ยิ่งลดความเสี่ยงที่แผงจะถูกใช้งานต่อโดยไม่มีข้อตกลงรองรับ

สัญญาเช่าตลาดควรเขียนค่าเช่าและค่าใช้จ่ายอย่างไรไม่ให้เกิดข้อโต้แย้ง?

คำว่า “ค่าเช่าเดือนละ…” เพียงบรรทัดเดียวอาจไม่เพียงพอสำหรับตลาดที่มีค่าบริการหลายประเภท เพราะผู้ค้าอาจเข้าใจว่าจำนวนดังกล่าวรวมค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าทำความสะอาด และค่าบริการส่วนกลางแล้ว ขณะที่ตลาดอาจตั้งใจเรียกเก็บแยกต่างหาก ในสัญญาจึงควรแจกแจงให้ชัดเจนว่า

  • ค่าเช่าคิดเป็นรายวัน รายเดือน หรือรายรอบ
  • วันครบกำหนดชำระ
  • ช่องทางการชำระเงิน
  • ค่าไฟและค่าน้ำคิดตามหน่วยหรือเหมาจ่าย
  • ค่าบริการส่วนกลางมีอะไรบ้าง
  • ภาษีหรือค่าธรรมเนียมเป็นหน้าที่ของฝ่ายใด
  • เงินประกันมีจำนวนเท่าไร
  • เงื่อนไขการหักและคืนเงินประกัน
  • ผลของการชำระล่าช้าหรือชำระไม่ครบ

องค์ประกอบเกี่ยวกับอัตราค่าเช่า กำหนดชำระ วิธีชำระ ค่าปรับ และเงินประกัน ควรถูกเขียนอย่างชัดเจนในสัญญาเช่าตลาด เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายอ้างอิงข้อมูลชุดเดียวกัน

อากรแสตมป์ของสัญญาเช่าแผงค้าคิดอย่างไร?

สัญญาเช่าที่ดิน โรงเรือน หรือสิ่งปลูกสร้างอยู่ในบัญชีตราสารที่ต้องเสียอากรแสตมป์ โดยกรมสรรพากรกำหนดอัตรา 1 บาทต่อค่าเช่าหรือเงินกินเปล่าทุก 1,000 บาท หรือเศษของ 1,000 บาท ซึ่งคำนวณจากยอดรวมตลอดอายุสัญญา ผู้มีหน้าที่เสียอากรคือผู้ให้เช่า ส่วนผู้เช่าเป็นผู้ขีดฆ่าแสตมป์ตามที่บัญชีอัตราอากรกำหนด

ตัวอย่างเช่น หากค่าเช่ารวมตลอดอายุสัญญาเท่ากับ 120,000 บาท อากรตามอัตราดังกล่าวจะเท่ากับ 120 บาท อย่างไรก็ตาม หากสัญญามีเงินกินเปล่า ค่าตอบแทนพิเศษ หรือรูปแบบการใช้พื้นที่ที่ไม่ชัดว่าเป็นค่าเช่าหรือค่าบริการ ควรให้ฝ่ายบัญชีหรือผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบวิธีคำนวณอีกครั้ง

กรมสรรพากรยังระบุด้วยว่า หากสัญญาเช่าไม่ได้กำหนดอายุการเช่า เพื่อวัตถุประสงค์ในการคำนวณอากรให้ถือว่ามีกำหนด 3 ปี

สัญญาเช่าแผงค้าควรกำหนดกฎการใช้พื้นที่อะไรบ้าง?

สัญญาควรแยกให้ชัดระหว่าง “เงื่อนไขการเช่า” กับ “ระเบียบการใช้ตลาด” โดยสามารถแนบข้อบังคับตลาดเป็นส่วนหนึ่งของสัญญา เพื่อให้ผู้ค้ารับทราบก่อนลงนาม ไม่ใช่เปลี่ยนกติกาภายหลังโดยไม่มีหลักฐานว่าเคยแจ้งไว้ สำหรับกฎที่ควรพิจารณา ได้แก่

  • ประเภทสินค้าที่ขายได้และสินค้าที่ห้ามจำหน่าย
  • เวลาเข้าพื้นที่ เวลาเปิดร้าน และเวลาปิดร้าน
  • การรักษาความสะอาด
  • การจัดการขยะ น้ำเสีย และไขมัน
  • การใช้ไฟฟ้า แก๊ส และอุปกรณ์ให้ความร้อน
  • การติดตั้งป้าย ชั้นวาง เต็นท์ หรืออุปกรณ์เพิ่มเติม
  • การรุกล้ำทางเดินและพื้นที่ส่วนกลาง
  • การเก็บสินค้าไว้นอกเวลาทำการ
  • ข้อกำหนดด้านความปลอดภัยและอัคคีภัย
  • การรบกวนผู้ค้ารายอื่นหรือผู้ใช้บริการ

เงื่อนไขเหล่านี้ควรเขียนให้สามารถปฏิบัติและตรวจสอบได้จริง เช่น แทนที่จะระบุเพียงว่า “ต้องรักษาความสะอาด” อาจกำหนดให้ผู้ค้าเก็บขยะออกจากพื้นที่ภายในเวลาที่ตลาดกำหนด และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายหากทำให้ระบบระบายน้ำอุดตัน

ตัวอย่างสัญญาเช่าควรเขียนเรื่องซ่อมแซมและความเสียหายอย่างไร?

ข้อพิพาทเรื่องงานซ่อมมักเกิดจากการไม่ระบุว่า ส่วนใดเป็นทรัพย์สินของตลาดและส่วนใดเป็นอุปกรณ์ที่ผู้ค้าติดตั้งเอง เช่น หลังคา ระบบไฟภายในแผง มิเตอร์น้ำ ท่อระบายน้ำ ประตู หรือพื้นร้าน สัญญาควรแบ่งหน้าที่ให้ชัดว่า

  • ตลาดรับผิดชอบโครงสร้างหรือระบบส่วนกลางส่วนใด
  • ผู้ค้าต้องดูแลอุปกรณ์ใดด้วยตนเอง
  • ผู้ค้าต้องแจ้งซ่อมผ่านช่องทางใด
  • กรณีฉุกเฉิน ตลาดสามารถเข้าพื้นที่ได้หรือไม่
  • ใครรับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดจากความประมาท
  • ผู้ค้าสามารถต่อเติมหรือดัดแปลงพื้นที่ได้เพียงใด
  • เมื่อสิ้นสุดสัญญาต้องคืนพื้นที่ในสภาพใด

การเขียนหัวข้อนี้อย่างละเอียดช่วยป้องกันปัญหาที่ผู้ค้าเข้าใจว่าค่าเช่าครอบคลุมงานซ่อมทุกประเภท ขณะที่ผู้ให้เช่ามองว่าความเสียหายเกิดจากการใช้งานของผู้ค้าเอง

สัญญาเช่าตลาดควรกำหนดการผิดสัญญาและบอกเลิกสัญญาอย่างไร?

การบอกเลิกสัญญาไม่ควรเขียนเพียงว่า “ผู้ให้เช่ามีสิทธิบอกเลิกได้ทันที” โดยไม่อธิบายเหตุและขั้นตอน เพราะอาจนำไปสู่ข้อโต้แย้งว่าสิทธิดังกล่าวถูกใช้โดยไม่เป็นธรรมหรือไม่เป็นไปตามข้อตกลง ควรระบุให้ชัดว่าเหตุใดถือเป็นการผิดสัญญา เช่น

  • ค้างชำระค่าเช่า
  • ใช้พื้นที่ผิดวัตถุประสงค์
  • ขายสินค้าต้องห้าม
  • โอนหรือให้บุคคลอื่นเช่าช่วงโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • ต่อเติมพื้นที่โดยไม่ได้รับความยินยอม
  • กระทำการที่ก่อให้เกิดอันตราย
  • ฝ่าฝืนกฎตลาดซ้ำหลังได้รับหนังสือเตือน

นอกจากนี้ ควรกำหนดขั้นตอนการแจ้งเตือน ระยะเวลาแก้ไข การส่งหนังสือบอกเลิก วันส่งคืนพื้นที่ และวิธีจัดการทรัพย์สินที่ผู้ค้าทิ้งไว้ด้วย ควรเขียนเหตุแห่งการผิดสัญญา ขั้นตอนบอกเลิก และผลหลังบอกเลิกไว้อย่างชัดเจน

กฎหมายสัญญาเช่าที่อยู่อาศัยใช้กับสัญญาเช่าแผงค้าหรือไม่?

สัญญาเช่าแผงค้าเป็นการเช่าพื้นที่เพื่อประกอบการค้า จึงต้องแยกออกจากสัญญาเช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัย ซึ่งมีประกาศควบคุมสัญญาและแบบมาตรฐานเฉพาะสำหรับธุรกิจให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัย

ประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาเรื่องธุรกิจให้เช่าอาคารเพื่ออยู่อาศัย พ.ศ. 2568 มีผลใช้ตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน 2568 แต่กติกาดังกล่าวมุ่งใช้กับการเช่าเพื่ออยู่อาศัย ไม่ควรนำมาเหมารวมกับการเช่าแผงค้าหรือพื้นที่พาณิชย์โดยอัตโนมัติ

อย่างไรก็ตาม หากพื้นที่ของตลาดมีการให้เช่าห้องพักหรืออาคารเพื่ออยู่อาศัยรวมอยู่ด้วย เจ้าของโครงการควรแยกประเภทสัญญาและตรวจสอบกฎหมายที่ใช้กับพื้นที่แต่ละประเภทให้ถูกต้อง

ก่อนใช้ตัวอย่างสัญญาเช่า ควรตรวจสอบ 8 จุดใดบ้าง?

ตัวอย่างสัญญาเช่าช่วยประหยัดเวลาในการวางโครงสร้าง แต่ไม่ควรนำมาเปลี่ยนเพียงชื่อคู่สัญญาและจำนวนเงินแล้วใช้ทันที เพราะตลาดแต่ละแห่งมีวิธีเก็บค่าเช่า กฎการค้า และความเสี่ยงแตกต่างกัน ก่อนใช้งานจริง ควรตรวจสอบอย่างน้อย 8 จุด ได้แก่

  1. ข้อมูลคู่สัญญาตรงกับเอกสารหรือไม่
  2. หมายเลขและขอบเขตของแผงค้าชัดเจนหรือไม่
  3. วันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดสัญญาครบหรือไม่
  4. ค่าเช่า ค่าบริการ และค่าสาธารณูปโภคแยกชัดหรือไม่
  5. เงินประกันมีเงื่อนไขการคืนอย่างไร
  6. กฎการใช้พื้นที่สอดคล้องกับการทำงานจริงหรือไม่
  7. ขั้นตอนผิดนัด บอกเลิก และส่งคืนพื้นที่ใช้ปฏิบัติได้หรือไม่
  8. เอกสารแนบและลายมือชื่อครบทุกฝ่ายหรือไม่

หากคำตอบของข้อใดข้อหนึ่งยังไม่ชัด เจ้าของตลาดควรแก้ก่อนลงนาม เพราะสัญญาที่ละเอียดตั้งแต่ต้นย่อมจัดการได้ง่ายกว่าการหาหลักฐานเพิ่มเติมเมื่อเกิดข้อพิพาทแล้ว

Horga Market โปรแกรมบริหารตลาดช่วยจัดการสัญญาเช่าตลาดได้อย่างไร?

ปัญหาของตลาดที่มีผู้ค้าจำนวนมากไม่ได้จบเพียงแค่การร่างสัญญาให้ครบ แต่คือการติดตามว่าสัญญาของใครเริ่มเมื่อไร ใกล้หมดอายุหรือยัง เคยต่อสัญญามากี่ครั้ง และเอกสารฉบับล่าสุดอยู่ที่ไหน

โปรแกรมบริหารตลาดที่เชื่อมข้อมูลผู้ค้า แผงค้า และสัญญาเข้าด้วยกัน ช่วยให้ผู้ดูแลตลาดทำงานได้เป็นระบบมากขึ้น เช่น

  • ค้นหาสัญญาจากชื่อผู้ค้าหรือหมายเลขแผง
  • ตรวจสอบวันเริ่มต้นและวันสิ้นสุด
  • แยกสัญญาที่ใช้งานอยู่และสัญญาที่หมดอายุ
  • ดูประวัติการต่อสัญญา
  • ตรวจสอบเอกสารของผู้เช่า
  • วางแผนติดต่อผู้ค้าที่ใกล้หมดสัญญา
  • ลดการใช้แฟ้มและไฟล์หลายเวอร์ชัน

แนวทางการบริหารสัญญาผ่านระบบกลางยังช่วยลดความเสี่ยงที่สำเนาสัญญาจะสูญหายหรือค้นหาไม่พบเมื่อต้องใช้อ้างอิง

สรุปสัญญาเช่าตลาดและสัญญาเช่าแผงค้า ปี 2569

การอัปเดตสัญญาเช่าตลาดในปี 2569 ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนปีบนหัวเอกสาร แต่คือการตรวจสอบว่าข้อตกลงครอบคลุมการทำงานจริงของตลาดแล้วหรือไม่ ตั้งแต่ข้อมูลผู้เช่า รายละเอียดแผง ค่าเช่า ระยะเวลาสัญญา การใช้พื้นที่ งานซ่อม การผิดนัด ไปจนถึงการส่งคืนพื้นที่

เมื่อเนื้อหาสัญญาชัดเจน คู่สัญญาจะเข้าใจสิทธิและหน้าที่ตรงกัน ลดข้อโต้แย้ง และช่วยให้เจ้าของตลาดบริหารผู้ค้าได้ง่ายขึ้น ขณะเดียวกัน การจัดเก็บสัญญาหลายสิบหรือหลายร้อยฉบับก็ควรทำในระบบที่ค้นหาและตรวจสอบย้อนหลังได้ โดย Horga Market สามารถช่วยเชื่อมข้อมูลผู้เช่า เอกสารสัญญา วันเริ่มต้น วันสิ้นสุด และประวัติการต่อสัญญาไว้ในที่เดียว ลดปัญหาเอกสารสูญหายและทำให้การบริหารสัญญาเช่าตลาดเป็นระบบมากขึ้น

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

สัญญาเช่าตลาดและสัญญาเช่าแผงค้ามีปัญหาอะไรที่เจ้าของตลาดควรตรวจสอบก่อนใช้งาน?

สัญญาที่ระบุรายละเอียดไม่ครบอาจทำให้เกิดข้อโต้แย้งระหว่างเจ้าของตลาดกับผู้ค้าได้ เช่น ค่าเช่า ค่าน้ำค่าไฟ ระยะเวลาเช่า เงินประกัน เงื่อนไขการต่อสัญญา หรือกรณีผิดนัดชำระ จึงควรตรวจสอบรายละเอียดและเงื่อนไขต่าง ๆ ให้ชัดเจนก่อนนำไปใช้งาน

หากมีสัญญาเช่าแผงค้าหลายฉบับ จะจัดการเอกสารไม่ให้ตกหล่นได้อย่างไร?

การมีผู้ค้าจำนวนมากทำให้การจัดเก็บและติดตามสัญญาแต่ละฉบับด้วยเอกสารหรือไฟล์แยกกันทำได้ยากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อต้องตรวจสอบวันหมดอายุสัญญา การต่อสัญญา หรือข้อมูลของผู้ค้าแต่ละราย จึงควรมีระบบที่ช่วยรวบรวมข้อมูลไว้เป็นที่เดียว

Horga Market ช่วยจัดการข้อมูลสัญญาเช่าแผงค้าให้เป็นระบบได้อย่างไร?

Horga Market คือโปรแกรมจัดการตลาดที่ช่วยให้เจ้าของตลาดจัดเก็บและบริหารข้อมูลผู้ค้าและพื้นที่เช่าไว้ในระบบเดียว ทำให้ตรวจสอบข้อมูลของแต่ละแผงและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการเช่าได้สะดวกขึ้น ลดการค้นหาข้อมูลจากเอกสารหลายชุด

โปรแกรมบริหารตลาดช่วยติดตามสัญญาเช่าของผู้ค้าหลายรายได้อย่างไร?

Horga Market คือโปรแกรมบริหารตลาดที่ช่วยรวมข้อมูลพื้นที่เช่าและผู้ค้าไว้ในระบบเดียว เจ้าของตลาดจึงสามารถตรวจสอบข้อมูลของแต่ละรายและติดตามรายละเอียดการเช่าได้ง่ายขึ้น เหมาะกับตลาดที่มีผู้ค้าและแผงค้าจำนวนมาก

Horga Market กับ Myket Pro เกี่ยวข้องกันอย่างไรในเรื่องการจัดการตลาด?

Horga Market คือชื่อปัจจุบันของระบบที่เดิมใช้ชื่อ Myket Pro และปัจจุบันพัฒนาต่อภายใต้ชื่อ Horga Market เพื่อช่วยเจ้าของตลาดจัดการพื้นที่เช่า ผู้ค้า การเรียกเก็บเงิน และงานบริหารตลาดให้เป็นระบบมากขึ้น

Scroll to Top