ขั้นตอนและเอกสาร ขออนุญาต เปิดตลาดนัด 

การเปิดตลาดนัดไม่ได้เป็นเพียงการจัดพื้นที่ให้พ่อค้าแม่ค้าเข้ามาขายสินค้าเท่านั้น แต่เจ้าของพื้นที่จำเป็นต้องผ่านกระบวนการขออนุญาตตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างถูกต้อง โดยเฉพาะข้อกำหนดด้านสาธารณสุข ผังเมือง และการควบคุมอาคาร ซึ่งถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมาก 

สำหรับใครที่มีแผนจะเปิดแผงเช่าตลาดนัด บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอน และเอกสารสำคัญในการขออนุญาตเปิดตลาดนัดกัน 

ตลาดนัดเข้าข่ายกิจการประเภทใดตามกฎหมาย

การเปิดตลาดนัดถือเป็น “กิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ” ตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น เทศบาล หรือสำนักงานเขตการขออนุญาตจึงต้องยื่นต่อหน่วยงานท้องถิ่นในพื้นที่ เช่น สำนักงานเขต (กรณีพื้นที่กรุงเทพมหานคร) เทศบาล หรือ อบต. (กรณีต่างจังหวัด) ก่อนเท่านั้น

ขั้นตอนการขออนุญาตเปิดตลาดนัด ปี 2026

สำหรับธุรกิจเจ้าของแผงตลาดนัด ยังคงเป็นธุรกิจที่ได้รับความสนใจจากผู้ที่มีพื้นที่ในปี 2026 ซึ่งถือได้ว่าเป็นธุรกิจแบบเสือนอนกินที่น่าสนใจไม่น้อย แต่การขออนุญาตก็มีขั้นตอนที่ต้องรู้ ดังนี้ 

1. ตรวจสอบผังเมืองและข้อกำหนดพื้นที่

ก่อนดำเนินการ ควรตรวจสอบว่า พื้นที่ตั้งตลาดอยู่ในโซนที่อนุญาตให้ประกอบกิจการพาณิชย์หรือไม่ ต้องไม่ขัดต่อข้อกำหนดผังเมืองรวม และไม่อยู่ในเขตต้องห้ามหรือเขตควบคุมพิเศษ โดยข้อมูลเหล่านี้สามารถตรวจสอบได้จากสำนักงานเขต หรือหน่วยงานผังเมืองในพื้นที่

2. จัดทำแบบแปลนและแผนผังตลาด

ในปี 2026 หน่วยงานท้องถิ่นส่วนใหญ่กำหนดให้ผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของตลาด ต้องจัดทำแปลนและแผนผัง โดยสิ่งที่ต้องใช้ในการขออนุญาต เช่น 

  • ผังพื้นที่ตลาด
  • แผนผังการจัดวางล็อกค้า
  • ระบบระบายน้ำ
  • จุดทิ้งขยะ
  • ระบบไฟฟ้าและแสงสว่าง
  • ห้องน้ำและจุดล้างมือ

การแนบข้อมูลส่วนนี้ ในขั้นตอนขออนุญาตนั้นเพื่อให้สอดคล้องกับหลักสุขาภิบาลตามแนวทางของ กรมอนามัย

3. ยื่นคำขออนุญาตประกอบกิจการ

ในส่วนของการยื่นคำขออนุญาตประกอบกิจการ ต้องแนบเอกสารสำคัญ ดังต่อไปนี้ 

  • แบบคำขออนุญาตประกอบกิจการตลาด
  • สำเนาบัตรประชาชน/หนังสือรับรองบริษัท
  • สำเนาเอกสารสิทธิ์ที่ดิน (โฉนด/สัญญาเช่า)
  • แบบแปลนและแผนผังตลาด
  • หนังสือยินยอมจากเจ้าของที่ดิน (กรณีเช่าพื้นที่)
  • เอกสารแสดงมาตรการด้านสุขาภิบาล

บางพื้นที่อาจต้องแนบแผนบริหารจัดการขยะและแผนป้องกันอัคคีภัยเพิ่มเติม

4. การตรวจสอบพื้นที่โดยเจ้าหน้าที่

เมื่อมีการยื่นคำขอและเอกสารต่างๆ ที่จำเป็นให้กับหน่วยงานแล้ว ทางหน่วยงานจะส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพื้นที่จริง เพื่อประเมินความเหมาะสมของสถานที่ ระบบสุขาภิบาล ความปลอดภัยด้านโครงสร้าง รวมถึงการจัดการจราจรและผลกระทบต่อชุมชน หากพบข้อบกพร่อง ต้องแก้ไขก่อนจึงจะได้รับอนุญาต

5. ชำระค่าธรรมเนียมและรับใบอนุญาต

เมื่อผ่านการตรวจสอบแล้ว ผู้ขออนุญาตต้องชำระค่าธรรมเนียมตามที่ท้องถิ่นกำหนด และจะได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการตลาด ซึ่งมีอายุจำกัดและต้องต่ออายุเป็นระยะ

ข้อกฎหมายและแนวปฏิบัติที่ต้องรู้ในปี 2026

แม้กฎหมายหลักยังอ้างอิงพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 แต่ในช่วงปี 2568–2569 มีแนวทางกำกับดูแลที่เข้มงวดขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องต่อไปนี้ 

1. มาตรฐานสุขาภิบาล

ต้องมีจุดล้างมือ ห้องน้ำเพียงพอ ระบบระบายน้ำไม่ก่อให้เกิดน้ำขัง และมีแผนจัดการขยะที่ชัดเจน

2. การควบคุมเสียงและผลกระทบต่อชุมชน

ตลาดนัดกลางคืนต้องควบคุมระดับเสียง และกำหนดเวลาเปิด–ปิดให้ชัดเจน เพื่อลดข้อร้องเรียน

3. ระบบจัดเก็บข้อมูลผู้ค้า

หลายพื้นที่เริ่มกำหนดให้เจ้าของตลาดเก็บข้อมูลผู้ค้าเป็นระบบ เช่น สำเนาบัตรประชาชน ประเภทสินค้า และหมายเลขแผงค้า เพื่อความปลอดภัยและตรวจสอบย้อนหลังได้

4. ความปลอดภัยด้านอัคคีภัย

ต้องมีถังดับเพลิงตามจำนวนที่กำหนด และมีทางหนีไฟชัดเจน โดยอาจต้องปฏิบัติตามแนวทางของ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

หากเปิดตลาดโดยไม่ขออนุญาตมีความผิดหรือไม่

การเปิดตลาดโดยไม่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานท้องถิ่น อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายสาธารณสุข และมีโทษทั้งปรับและสั่งปิดกิจการได้ นอกจากนี้ หากเกิดเหตุอุบัติเหตุหรือปัญหาด้านสุขาภิบาล เจ้าของตลาดอาจต้องรับผิดทางแพ่งเพิ่มเติม

การเปิดตลาดนัดในปี 2026 ยังคงเป็นอีกตัวเลือกธุรกิจที่น่าสนใจ แต่ก็ควรให้ความสำคัญกับขั้นตอน และกระบวนการยื่นคำขอ เพื่อให้เป็นไปตามข้อกฎหมาย และเปิดตลาดได้อย่างราบรื่นไร้กังวล 

ส่วนใครที่มีตลาดแล้วอยากเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ Myket Pro เป็นอีกหนึ่งเครื่องสำหรับเจ้าของตลาด ที่มาพร้อมฟีเจอร์ช่วยจัดการพื้นที่เช่า ระบบบันทึกและแจ้งเตือนการเก็บค่าแผง รวมถึงแผนผังที่สามารถตรวจสอบและเรียกดูผ่านระบบได้สะดวก รวดเร็ว 

เลือกการบริหารตลาดที่ใช้ เพื่อการพัฒนาตลาดให้มีคุณภาพ Myket Pro เริ่มต้นที่นี่

Scroll to Top